บทที่ 2 เริ่มต้นใหม่
หลายวันแล้วที่วิสุดากลับมาอาศัยอยู่ที่บ้าน ข่าวเรื่องที่เธอท้องไม่มีพ่อถูกแพร่กระจายออกไปโดยไว เพราะนวลผ่องไม่ใช่คนชอบโกหกและวิสุดาก็รู้ดีว่าไม่มีประโยชน์อะไรที่ต้องปิดบัง อย่างไรซะในอนาคตท้องเธอก็ต้องโตขึ้น ดังนั้นสู้พูดความจริงออกไปซะเลยไม่ดีกว่าเหรอ เพราะสองย่าหลานก็ทำใจยอมรับไว้อยู่แล้วว่ามันต้องมีคำนินทาตามมา
“หนูรู้ใช่มั้ยว่าลำพังร้านขายอาหารตามสั่งเล็ก ๆ ของย่า รายได้ที่มีมันไม่พอสำหรับเลี้ยงดู 3 ชีวิต”
หลังจากกลับมาอยู่บ้านวิสุดาก็ช่วยย่าขายอาหารตามสั่งอย่างขยันขันแข็งทุกวัน ตอนนี้ไม่มีลูกค้าแล้วนวลผ่องจึงได้โอกาสที่จะคุยเรื่องจริงจังกับหลานสาว
“เข้าใจจ้ะ ตอนนี้หนูกำลังให้บัวช่วยหาที่ขายของให้อยู่ หนูอยากเปิดร้านขายข้าวแกงบุฟเฟต์ หนูจะใช้เงิน 1 หมื่นบาทที่มีอยู่นี่แหละ เป็นต้นทุนในการเช่าที่และหาซื้อวัตถุดิบ”
เด็กสาวบอกกับย่าของเธอด้วยรอยยิ้ม จริงอยู่ว่าเธอสามารถออกไปหางานทำในตัวเมืองได้ แต่ในเมื่อตัวเองมีต้นทุนกับความสามารถหญิงสาวก็อยากจะใช้มันให้คุ้มค่ามากกว่า
“จริงเหรอ เป็นความคิดที่ดีเลยลูก หลานย่านี่เก่งจริง ๆ”
ใบหน้าของหญิงชรามีรอยยิ้มขึ้นมา
“หนูไม่ได้เก่งมาตั้งแต่เกิดสักหน่อย ต้องขอบคุณย่านี่แหละ ที่เป็นคนขยันแถมใช้เก่งด้วย เพราะแบบนี้เด็กขี้เกียจอย่างหนูเลยมีความรู้ความสามารถในการทำอาหารทำขนม จนจะหาเลี้ยงตัวเองได้แล้ว”
เธอตอบทั้งรอยยิ้มร่าเริง ดวงตาสวยงามของหญิงสาวในตอนนี้แทบจะไม่มีความเศร้าหมองหลงเหลืออยู่แล้ว หลายวันมานี้เธอมีสภาพจิตใจที่ดีขึ้นหลังจากที่ได้อยู่กับย่าและเพื่อนสนิท ดังนั้นสิ่งที่เธอคิดในตอนนี้มีแต่เรื่องทำมาหากินเท่านั้น ไม่ได้คิดเรื่องที่ทำให้จิตใจห่อเหี่ยวอีกแล้ว
ทางด้านศิลาดล
“ไอ้พอร์ช ดอกกุหลาบบนหัวเตียงนั่นใครให้มาวะ น่ารักดี”
เป็นอย่างเช่นทุกวันที่งานอดิเรกหลังเลิกเรียนของศิลาดลคือการนั่งจับกลุ่มคุยเล่นดื่มเหล้าสูบบุหรี่กับเพื่อน และวันนี้สถานที่ที่ทุกคนนัดเจอกันก็คือคอนโดสุดหรูที่เขาพักอยู่
“ไข่หวานให้มา เมื่อวันวาเลนไทน์ วันที่เธอสารภาพรักกูนี่แหละ”
เขาตอบอย่างไม่คิดอะไรมาก และเล่นเกมในมือถือต่อ
“เชี่ย น่ารักว่ะ มึงทิ้งเขาลงได้ไงวะ”
วฤษฎิ์ เอ่ยถามด้วยความรู้สึกเสียดาย
“มึงก็รู้ว่ากูไม่เคยคบกับใครจริงจังอยู่แล้ว คนเหี้ย ๆ อย่างกูมันหวังแค่เซ็กส์เท่านั้น ยัยนี่ไม่ใช่ผู้หญิงคนแรกที่มาตกหลุมรักกูและโดนกูหักอกซะหน่อย”
“แต่มึงก็ยังเก็บของของเขาไว้เนี่ยนะ”
เพื่อนอีกคนย้อนถาม
“แถมในกระเป๋ายังมีรูปเขาด้วย”
เพื่อนอีกคนถือวิสาสะหยิบรูปคู่ในกระเป๋าสตางค์ของศิลาดลออกมาดู
“ก็มันชินแล้วอ่ะ ยัยนั่นบอกให้พกติดตัวเอาไว้แล้วกูก็ลืมเอาไปทิ้ง ถึงยังไงกูก็คบกับนางมาตั้ง 3 เดือน 3 เดือนเลยนะกว่ากูจะเบื่อ ถือว่านานกว่าคนอื่นอีก”
เขาตอบไปตามความจริง ถึงวิสุดาจะไร้เดียงสา ไม่เก่งเรื่องบนเตียง สไตล์การแต่งตัวก็ดูเรียบร้อย เป็นสาวหวาน พูดน้อย ไม่ดื่มเหล้าเลยเข้ากับเพื่อน ๆ ของเขาไม่ได้
ซึ่งไม่ใช่ผู้หญิงในอุดมคติของเขาเลย แต่เพราะเธอเป็นคนสวยและน่าสนใจตรงที่รู้ว่าพอแอบชอบเขา ก็เป็นฝ่ายมาสารภาพรักก่อน เขาจึงอยากลองเปลี่ยนสไตล์มาคบผู้หญิงใส ๆ ดู
ระหว่างคบกับเธอแน่นอนว่าพวกหมกมุ่นในเรื่องบนเตียงอย่างเขาก็ยังแอบนอกกายไปนอนกับผู้หญิงคนอื่นอยู่ นี่จึงเป็นเหตุผลชั้นดีว่าทำไมหลังเลิกกับเธอปุ๊บเขาก็เปิดตัวแฟนใหม่ปั๊บ
เรื่องนิสัยไม่ดีของศิลาดลนั้นเป็นที่รู้กันของนักศึกษารุ่นเดียวกับเขา จะมีก็แต่เฟรชชี่หน้าซื่อตาใสอย่างเธอที่โดนคาสโนว่าตัวพ่อตกโดยไม่รู้อะไรเลย
เพราะวันนี้เป็นคืนวันเสาร์ พรุ่งนี้ป็นวันหยุด พวกเพื่อน ๆ ของศิลาดลจึงดื่มจนนอนเมาแอ๋หมดสภาพกันอยู่ที่นี่ ส่วนชายผู้เป็นเจ้าของห้องแม้ตอนแรกจะนึกครึ้มชวนเพื่อน ๆ มาดื่ม แต่พอวฤษฎิ์ยกเรื่องของวิสุดามาเป็นหัวข้อสนทนาเขากลับหมดอารมณ์ดื่มซะงั้น พลันก็หยิบมือถือขึ้นกดเข้าไปในแอพพลิเคชั่นสนทนา และเปิดไปที่หน้าแชตของเธอ
‘ฉิบหาย! โดนบล็อก!’
เขาเอ่ยขึ้นในใจเมื่อกดเข้าไปในหน้าแชตของวิสุดาและพบว่าโดนบล็อกซะแล้ว
‘ช่างเหอะ ไม่ใช่ครั้งแรกสักหน่อย’
คนที่โดนแฟนเก่าและคู่นอนชั่วคราวบล็อกบ่อยจนชินแม้ทีแรกจะตกใจแต่ก็ไม่ได้แปลกใจอะไร เพราะเขาไม่เคยมีจุดจบที่ดีกับคนที่เข้ามาอยู่ในความสัมพันธ์ลึกซึ้งอยู่แล้ว
‘ก็แค่อยากรู้ว่าเป็นยังไงบ้างแค่นั้นเอง’
ใช่แล้ว นี่คือเหตุผลที่เขากดเข้าไปในหน้าแชตของเธอ แต่ในเมื่อหญิงสาวเลือกที่จะบล็อกก็เป็นอันชัดเจนว่าเธอทำแบบนี้ก็เพราะไม่ต้องการข้องเกี่ยวกับเขาอีก
ซึ่งมันก็สาสมกับสิ่งที่เขาทำกับเธอ แต่ในขณะนั้นเองศิลาดลก็ปัดหน้าจอลงเพื่อย้อนดูข้อความหวานแหววเก่า ๆ ชายที่ยอมรับว่าตัวเองเป็นคนชั่วขั้นสุด กำลังนอนอมยิ้มย้อนดูข้อความเก่า ๆ ของผู้หญิงที่เขาคิดว่าไม่เคยรัก จนในที่สุดค่ำคืนนั้นก็จบลงโดยการที่เขานอนหลับคาโทรศัพท์
ไม่กี่วันต่อมา กัลยาก็มีข่าวดีมาบอกเพื่อนสนิท เธอเจอตึกพาณิชย์ 1 คูหา ที่กำลังว่างและปล่อยให้เช่า แถมยังทำเลดีอยู่ในตัวเมืองและไม่ไกลจากห้างสรรพสินค้ากับตลาดสด
“อ๋อ ที่แท้เราเป็นเพื่อนหนูบัวเองเหรอ ถ้าอย่างนั้นเจ๊จะลดราคาค่ามัดจำกับค่าเช่าให้เป็นกรณีพิเศษแล้วกัน ถือซะว่าเป็นคนกันเอง แล้วอีกอย่างที่นี่ในอดีตก็เป็นร้านที่เจ๊ใช้ก่อร่างสร้างตัว จากร้านเสริมสวยเล็ก ๆ ขยายมาเป็นร้านเสริมสวยที่มีชื่อเสียงในจังหวัดได้ เจ๊ก็ขออวยพรให้หนูขยายร้านข้าวแกงเล็ก ๆ กลายมาเป็นร้านดังให้ได้นะจ๊ะ”
สาววัยกลางคนพูดกับวิสุดาทั้งร้อยยิ้ม ที่เธอใจดีขนาดนี้ก็เพราะกัลยาเป็นลูกจ้างคนโปรดจึงรู้สึกถูกชะตากับวิสุดาโดยปริยาย
“ขอบคุณมาก ๆ เลยนะคะเจ๊ ขอบคุณแกด้วยนะบัว”
“ไม่เป็นไรจ้ะ ถือว่าช่วยกันเจ๊ก็เคยเป็นวัยรุ่นสร้างตัวแบบหนู”
คนใจดีพูดพร้อมกับตบบ่าให้กำลังใจเธอเบา ๆ
“ไม่ต้องขอบคุณหรอก เราเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่จำความได้ แกช่วยเหลือฉันมาตั้งเยอะ ครั้งนี้ให้ฉันด้วยช่วยแกบ้างนะ”
คำพูดของเพื่อนรักทำเอาวิสุดาตื้นตันจนน้ำตาไหล ก่อนที่ทั้งสองจะโผเข้ากอดกัน และหลังจากเจ้าของตึกและเพื่อนรักกลับไปก็ถึงเวลาที่เธอต้องอยู่คนเดียว
“จากนี้ฉันจะเริ่มต้นใหม่ที่นี่”
เธอเอ่ยขึ้นในขณะที่ยืนอยู่หน้าตึก ก่อนจะเริ่มทำความสะอาดสถานที่ทำกินของตัวเองอย่างขยันขันแข็ง แม้จะเพิ่งผ่านเหตุการณ์ที่ทำให้ต้องร้องไห้ปานจะขาดใจมาได้ไม่กี่วัน
แต่เธอก็รู้สึกขอบคุณโลกใบนี้เหลือเกิน ที่ส่งคนร้าย ๆ มาให้เจอแค่คนเดียว ส่วนที่เหลือล้วนเป็นคนที่ใจดี และถึงไม่ได้เป็นคนดี ก็ไม่มีใครใจร้ายกับเธอได้เท่าเขาคนนั้น
